politics

โลกกว้างใหญ่กว่าใจคนมากนัก...

อัตตา

ฉันพอใจที่จะอยู่ในโลกแคบๆของตัวเอง มีประโยชน์อะไรที่ต้องตายเพื่อสิ่งที่เราเห็นว่าไร้สาระ? ฉันไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เธอแต่ละคนเชื่อนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ ฉันยกย่องทุกคนที่ยอมตายเพื่อสิ่งที่ตัวเองศรัทธา แต่มนุษย์แต่ละคนก็มีความสิทธิในการกำหนดคุณค่าชีวิตของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีใครเห็นตรงกับเรา และในเมื่อเราต้องการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม เสรีภาพจึงจำเป็นต้องมีขอบเขต ฉันไม่ได้หมายความว่าสังคมต้องมีกฎหมายบังคับเสมอไป แค่เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจกันและกัน ก็คงพอที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้แล้วกระมัง?

Rationality and Absurdity in Thai Politics.

01110100 1100101100011 00100100 01001 1110100 101110 111010011 000111 001110010111 01001100101100011 00100 1000100111 101001011101 110100 110001110011100 1011101001 100101100 01100100 1000100111101 00101110111010 0110 0011100 111001011101 001100101 1000110010010001001 111010010111011 101001100 01110011100 101110100 11001011 0001 1001001000 10011110100101110 111010011 0001110011100 1011101 001100101 10001100100 1000100 111101001 011101

... เต็มไปด้วยเหตุผล

ผมไม่ชอบอ่านหนังสือนิยาย แต่ชอบอ่านหนังสือทุกแนวแบบนิยาย คือ คิดว่ามันเป็น "เรื่องแต่ง" แม้แต่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หรือตำราวิชาการก็เป็นแค่นิยาย ที่ใช้ "เหตุผล" หรือ "ความเชื่อ" หรือ "ข้ออ้าง" แบบใดแบบหนึ่งมาเป็น "ตัวละคร" และใช้ "ตรรกะ" อย่างใดอย่างหนึ่งมาผูกเป็นพล็อตเรื่อง ดังนั้นหนังสือทุกเล่มหรือแนวคิดทุกเรื่องจึงมี "ตัวเอก" แต่ใช่ว่าเราต้องชอบตัวเอกทุกคนจากนิยายที่เราอ่าน บางครั้งก็ล้ำเส้นไปดูถูก "ตัวเอก" ในนิยายที่คนอื่นชมชอบว่าโง่เง่า "เหตุผล" จึงมีคุณสมบัติเป็นอาวุธชนิดหนึ่งไปโดยปริยาย เพราะเราต้องใช้มันเพื่อคัดคานหรือเอาชนะ "เหตุผลสายพันธุ์อื่นๆ" ที่เราเห็นว่า "ไม่สมเหตุสมผล" ทุกวันที่เราต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เราจึงเป็นนักรบในสมรภูมิเหตุผล (ถ้าทนไม่ได้ก็ออกมาปิดถนน ปิดสนามบิน หรือขนอาวุธมาประจัญหน้ากัน อืม... ทุกคนมีเหตุผล และ ผมก็ชอบประชดประชัน)

State of Mind

หลายเดือนก่อน ผมได้ดูหนังสารคดีเรื่อง A State of Mind ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักเรียนยิมนาสติกหญิงสองคนในเกาหลีเหนือ ดูจบถึงกับอ้าปากค้าง ใครว่าคอมมิวนิสต์ไม่มีเจ้าวะ? เพราะคิมจองอิลในจิตสำนึกของคนเกาหลีเหนือนั้นเป็นยิ่งกว่าจักรพรรดิซะอีก!

นั่นคือตัวอย่าง การผลิตซ้ำอุดมการณ์ของรัฐผ่านการศึกษาและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน มันถูกทำให้กลายเป็นความปกติ (Normalization) เพื่อสร้างพลเมืองที่ยอมสยบโดยไม่ตั้งคำถามซักแอะ (ไม่ใช่ทุกคนหรอก แต่ส่วนใหญ่) ถามว่า รัฐไทยใช้วิธีการเดียวกันกับเกาหลีเหนือหรือไม่? แว้บแรกเราตอบโดยไม่ต้องคิดว่า "ไม่มีหรอก" แต่พอแหงนมองขึ้นไปแบบละอองธุลีฯ เราก็อาจจะเห็นว่า ไทยกับเกาหลีเหนือนั้นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่!

Paint Your Own Spirit!

No Color No Blind. Paint Your Own Spirit!

When it comes,
When you have no one to adore,
You'll be the king of your own spirit.
Don't blame anyone else, just your own stupid.

Alienated strangeness,
I smell some changes.
Here we're gonna kill each other cruelly,
Not the civil war of ideology
But serving one's greedy authority.

I wanna be the man on the Moon?
There is no God there, Mr.Fortune.
And here on Earth has no peaceful room.
We need no hegemony, for our full spirit with no gloom.

No Color No Blind.
Paint Your Own Spirit!

-------------------------------

farewell to my dear country.

Apparently Thailand is dead now!
They kissed then tore her apart.
I don't know why, they're calling for Democracy
while they've been Demo who Crazy ... ego loaded.

Theme

Twitter Update

Restless Engine

Powered by Drupal, an open source content management system

Back to content. RSS