สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คืออะไร?
"By legal definition, the CPB [Crown Property Bureau] is a juristic person. It is not part of the palace administration, nor is it a government agency, nor is it a private firm. It is a unique institution. It is also a rather mysterious institution. It is under no obligation to provide the public with detail of its accounts or activities. However, in recent years it has responded to the need to provide more information of public interest." (King Bhumibol Adulyadej: A Life’s Work, p. 283)
(ในทางกฎหมาย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นนิติบุคคล มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งในการบริหารงานของวัง หรือหน่วยงานของรัฐบาล หรือบริษัทเอกชน เป็นสถาบันพิเศษ ค่อนข้างจะเป็นสถาบันที่ลึกลับ สำนักงานฯ ไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลทางบัญชีหรือกิจกรรมต่อสาธารณะชน อย่างไรก็ตามในช่วงปีหลังๆ สำนักงานฯก็เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นมากขึ้นเพื่อประโยชน์ของสาธารณะชน)
ข้อความข้างบนยกมาจากส่วนหนึ่งของหนังสือ King Bhumibol Adulyadej: A Life’s Work ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แนะนำให้อ่าน (ส่วนภาษาไทยผมแปลเอง) แต่ไม่ว่าจะอ่านเป็นภาษาอะไรก็คงงงอยู่ดี? เพราะไม่รู้ว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คือองค์กรประเภทไหนกันแน่? เป็นหน่วยงานพิเศษที่ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาล และก็ไม่ใช่หน่วยงานเอกชน ใน รายงานประจำปีของสำนักงานฯ ก็ไม่มีรายละเอียดทางบัญชี เพียงแต่สรุปรายได้ไว้คร่าวๆ เช่น ปี 2554 มีรายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ รวมประมาณ 2,700 ล้านบาท เป็นต้น ก็แสดงว่าไม่ใช่มูลนิธิเพื่อการกุศลแต่เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร ในช่วงที่นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นผู้อำนวยการ สำนักงานทรัพย์สินฯ ยังได้ขยายขอบเขตการลงทุนในระดับต่างประเทศด้วย (King Bhumibol Adulyadej: A Life’s Work, p. 291-292)
ผมไม่เคยสนใจเรื่องของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาก่อน เพราะฟังชื่อก็ชวนให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องทรัพย์สินส่วนบุคคล เขาจะดำเนินงานยังไงก็เป็นเรื่องส่วนตัวเหมือนที่พวกเรามีสิทธิ์ให้ตัวแทนจัดการกับทรัพย์สินของเราล่ะมั้ง? แต่พอได้อ่านส่วนหนึ่งจากหนังสือเล่มนี้ ก็ทำให้รู้ว่ามันลึกลับซับซ้อนมากกว่าที่ตัวเองคิดไว้เยอะเลยแฮะ แถมมีความหมายไม่ชัดเจนในทางกฎหมายอีกต่างหาก เนื้อหาในส่วนนี้ของหนังสือน่าสนใจทีเดียว (ว่างๆผมจะซื้อมาอ่านทั้งเล่ม) อย่างเช่น การประเมินทรัพย์สินประเภทที่ดิน (ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสุด) ที่สำนักงานฯบริหารจัดการอยู่ ไว้ใกล้เคียงกับ Forbes มาก คือ $33 พันล้าน ในปี 2008 Forbes ประเมินไว้ $35 พันล้าน ก็ประมาณ 1,000,000,000,000 บาท (หนึ่งล้านล้านบาท ผมคำนวณถูกรึเปล่า?) สำหรับ กษัตริย์ที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ตามการประเมินของ Forbes (ไม่แน่ใจว่ารวมหุ้นในเครือซิเมนต์ไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, เทเวศประกันภัย และอื่นๆแล้วหรือยัง?)
เพื่อความ(ไม่)เข้าใจเพิ่มเติม จึงต้องอ่าน พ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2479 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2491 (พ.ร.บ.ฯ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2479 มีจุดประสงค์ เพื่อแยก "ทรัพย์สินส่วนพระองค์" "ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" และ "ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน" ออกจากกัน ให้ชัดเจนขึ้น?)
...
มาตรา 6 รายได้จากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่กล่าวในมาตรา 5 วรรคสองนั้น จะจ่ายได้ก็แต่เฉพาะในประเภทรายจ่ายที่ต้องจ่ายตามข้อผูกพัน รายจ่ายที่จ่ายเป็นเงินเดือน บำเหน็จ บำนาญ เงินรางวัล เงินค่าใช้สอย เงินการจร เงินลงทุน และรายจ่ายในการพระราชกุศล เหล่านี้เฉพาะที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วเท่านั้น
รายได้ซึ่งได้หักรายจ่ายตามความในวรรคก่อนแล้ว จะจำหน่าย ใช้สอยได้ก็แต่โดยพระมหากษัตริย์ตามพระราชอัธยาศัย ไม่ว่าในกรณีใด ๆ หรือโดยคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เฉพาะในกรณีที่เกี่ยวกับการพระราชกุศลอันเป็นการสาธารณะหรือในทางศาสนาหรือราชประเพณี บรรดาที่เป็นพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์เท่านั้น
...
มาตรา 8 ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดินย่อมได้รับความยกเว้นจากการเก็บภาษีอากร ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ย่อมได้รับความยกเว้นจากการเก็บภาษีอากรเช่นเดียวกับทรัพย์สินของแผ่นดิน ทรัพย์สินส่วนพระองค์ย่อมไม่อยู่ในข่ายแห่งความยกเว้นดังกล่าวแล้ว
...
ผมอ่านแบบโง่ๆ งงๆ ว่า ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ใช่ทรัพย์สินแผ่นดินหรือทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่อนุมัติการใช้สอยได้เฉพาะพระมหากษัตริย์เท่านั้น เลยต้องย้อนกลับไปอ่านหนังสือเล่มเดิมอีกทีว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทำหน้าที่อะไรกันแน่?
"... to manage its land holdings and wealth. The bureau has been instrumental in developing the country’s infrastructure and remains one of the largest investors in the Thai economy to this day."
(... เพื่อจัดการการถือครองที่ดินและความมั่งคั่ง สำนักงานฯดำเนินการพัฒนาสาธารณูปโภคที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและยังเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน)
มองแบบคนธรรมดา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็ทำหน้าที่ผู้จัดการ Portfolio ด้านการลงทุนของสถาบันกษัตริย์ (ไม่ใช่กษัตริย์ที่เป็นบุคคล) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ลงทุนแทนในฐานะนักลงทุนระยะยาว และยังเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศอีกด้วย ทั้งในย่านธุรกิจสำหรับบริษัทขนาดใหญ่และในย่านชุมชนสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงให้หน่วยงานของรัฐเช่าด้วย โดยไม่ต้องนำรายได้เข้ารัฐเพราะไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาล? และไม่ต้องจ่ายภาษีเพราะไม่ใช่องค์กรธุรกิจเอกชน?
ถ้าลองดูในรายงานประจำปีจะเห็นว่าสำนักงานฯ ไม่ได้ดำเนินงานแบบล่าสมัยนะครับ มี counter service สำหรับบริการลูกค้า (ผู้เช่า) ด้วย และตามความหมายของสำนักงานฯ ทรัพย์สินเป็นของสถาบันกษัตริย์ไม่ใช่ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ในฐานะบุคคล โดยที่พระมหากษัตริย์ไม่มีส่วนผูกมัดต่อการทำสัญญาใดๆ (จาก พ.ร.บ.ฯ มาตรา 5 ทวิ) ด้วยเหตุผลนี้สำนักงานทรัพย์สินฯ จึงเห็นแย้งกับ Forbes ที่บอกว่ากษัตริย์ไทยรัชกาลปัจจุบันคือกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เพราะ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์
ตกลงเราก็สรุปไม่ได้อยู่ดีว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คือทรัพย์สินของใคร? เพราะไม่ใช่ทั้งทรัพย์สินส่วนบุคคลหรือทรัพย์สินของแผ่นดิน แต่สามารถนำมาใช้จ่ายในกิจกรรมของราชวงศ์ได้ ใครคิดว่าสิ่งที่ผมเขียนคือความโง่หรือความเข้าใจผิด ก็กรุณาติเตียนไว้อย่างมีเหตุผลและข้อเท็จจริงรองรับด้วย เพราะความคิดเห็นนั้นเสรี แต่ข้อเท็จจริงนั้นศักดิ์สิทธิ์ (Comment is free, but facts are sacred)
คุณอาจโต้แย้งข้อมูลที่นำมาอ้างว่าบิดเบือนความจริง มองแค่ด้านรายได้ด้านเดียว ทำไมไม่มองถึงโครงการตามแนวพระราชดำริที่ได้ว่าสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะชนไว้มากมาย นับเป็นคุณประโยชน์ที่ประเมินค่าไม่ได้? แต่ผมพบว่ามีข้อมูลที่บอกว่าเงินทุนจากสำนักงานทรัพย์สินฯ เกี่ยวข้องกับโครงการตามแนวพระราชดำริน้อยมาก ลองอ่านข้อความข้างล่างนี้ดู (เผื่อยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้จัดทำหนังสือที่ผมนำข้อมูลมาอ้าง และนายอานันท์ ปันยารชุนก็แนะนำว่าคนไทยควรอ่าน แต่ยังไม่เห็นมีฉบับภาษาไทย?)
"CPB funds are not used to pay the staff employed by the Bureau of the Royal Household or the Office of His Majesty’s Principal Private Secretary. These costs, as well as the costs for security provided by the police and armed forces, are borne by the public budget. The royal development projects are also funded mainly from the government budget, and the CPB’s involvement is only on the fringes, such as the building of museums for educational purposes and sponsoring visits by schoolchildren." (King Bhumibol Adulyadej: A Life’s Work, p. 298)
(เงินทุนของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ได้ถูกใช้เพื่อจ่ายค่าจ้างเจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังหรือสำนักราชเลขาธิการ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาความปลอดภัยจากตำรวจและกองทัพมาจากงบประมาณสาธารณะ โครงการตามแนวพระราชดำริก็ได้รับเงินทุนส่วนใหญ่จากงบประมาณของรัฐบาล และสำนักงานทรัพย์สินฯ ก็เกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนรอบข้างเท่านั้น เช่น การสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา และอุดหนุนการเข้าเยี่ยมชมของเด็กนักเรียน)
ผมเป็นแค่คนขี้สงสัยคนหนึ่งที่ไม่ใช่ทั้งนักกฎหมายและนักการคลัง จึงคิดได้แค่นี้ และความคิดเห็นของผมก็คงไม่มีน้ำหนักอะไรถ้าเทียบกับผู้เชี่ยวชาญ (แต่ไม่เห็นมีใครอ้าปากพูดกันเท่าไหร่ หรือมันไม่ใช่เรื่องสำคัญ?) ยังไงก็แล้วแต่เรื่องนี้ทำให้ผมเกิดสนใจอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา ทำไมเมืองไทยไม่เก็บภาษีการถือครองที่ดิน?
เพิ่มเติม 1 : ผมเพิ่งเห็นในประชาไทว่าเคยลง ข่าวสำนักงานทรัพย์สินฯ โต้แย้ง Forbes ไว้แล้ว และ Forbes ก็ใช้ข้อมูลจากหนังสือเล่มเดียวกับผมนั่นเอง (อ้อมโลกไปซะไกล สุดท้ายข้อมูลก็มาจากบ้านเรานั่นแหละ)
เพิ่มเติม 2 : เพิ่งเห็นอีกว่าสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เคยเขียนหัวข้อชื่อเดียวกันเป๊ะไว้นานแล้ว สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คืออะไร, ฟ้าเดียวกัน ฉบับที่ 1, 2549 แต่ผมยังไม่เคยอ่านในฟ้าเดียวกันนะ
เพิ่มเติม 3 : เพื่อความเป็นธรรมควรอ่าน ความคิดเห็นเรื่องนี้จากผู้ใกล้ชิดพระมหากษัตริย์อย่างสุเมธ ตันติเวชกุล ด้วย (เขาว่าใครสงสัยเรื่องนี้ก็เป็นคนสติไม่ดี ประมาณนั้น)