ตอนที่ผมรู้จักอินเตอร์เน็ตใหม่ๆเมื่อซัก 10 ปีที่แล้ว ผมไม่ชอบมันเลย เพราะผมไม่ชอบอ่านอะไรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ และตอนนี้ผมก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ ผมเข้าเว็บไซต์ก็เพื่อ ดูและค้นหา บางอย่างที่ผมต้องการ ถ้าเว็บไซต์แห่งนั้นมีข้อมูลที่ผมต้องการ ผมก็จะเซฟแล้วพรินต์ออกมาอ่าน
แต่ตอนนี้ผมกลายมาเป็นคนทำเว็บที่ลืมข้อเท็จจริงอันนี้ไป!
จากงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ใช้เว็บ โดย John Morkes and Jakob Nielsen ที่พยายามประเมิน ความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ (Usability) สรุปไว้ว่า “ผู้ใช้เว็บนั้นไม่ได้อ่านข้อมูลจากหน้าเว็บแบบจริงจัง แต่จะใช้วิธีสแกนข้อความ จากการศึกษาสไตล์การเขียนที่แตกต่างกัน 5 แบบของเว็บไซต์ตัวอย่าง พบว่า เว็บไซต์ที่ เขียนข้อความชัดเจน (concisely) , สแกนได้ง่าย (scannable) และ อธิบายเป็นรูปธรรม (objective) จะได้รับคะแนนสูงจากการประเมิน” [ที่มา]
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่สรุปเป็นพฤติกรรมส่ายสายตา (eyetracking) บนหน้าเว็บของผู้ใช้ ได้อีกว่า พวกเราส่วนมากสแกนหน้าเว็บในลักษณะ ตัว F คือ “อ่านครั้งแรกในแนวนอนจากซ้ายไปขวา จากนั้นจะเลื่อนสายตาลงมาอีกหน่อยแล้วอ่านแนวนอนเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สามจะสแกนลงมาในแนวตั้งสู่ด้านล่าง” [ที่มา] แต่อ่านในที่นี้คืออ่านคำแรกๆไม่กี่คำนะครับ ไม่ได้อ่านยาวเป็นประโยคด้วยซ้ำ เพราะผู้ใช้เว็บไม่ชอบทนอ่านอะไรยาวๆ (เหมือนผมนั่นแหละ)
ผมคิดว่าหลายคนคงเห็นด้วยกับข้อสรุปนี้ แต่อาจจะสงสัยว่า “แล้วผู้ใช้เว็บไม่สนใจหน้าตาของเว็บไซต์เลยหรือ?” ผมตอบเองเลยก็ได้ครับ ว่า “ผู้ใช้เว็บสนใจแค่สิ่งที่ตัวเองกำลังมองหา” เพราะผมก็เป็นแบบนั้น ถ้าตอนนี้ผมไม่ใช่คนทำงานออกแบบเว็บไซต์ ผมก็ไม่สนใจหรอกว่า หน้าตาเว็บไซต์ของใครจะเป็นยังไง ผมเข้าเว็บก็เพื่อมองหาสิ่งที่ผมต้องการ ถ้าผมพบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจในเว็บไซต์แห่งนั้น ผมจึงจะเริ่มมองดีไซน์ หรือ ข้อมูลอื่นๆที่เว็บไซต์แห่งนั้นนำเสนอ ถ้ามันตอบสนองความต้องการผมได้ ผมก็จะเข้ามาใช้มันบ่อยๆ
โปรดอย่าถามถึง บรรดาเว็บไซต์ที่ใช้กราฟิคและสไตล์กระพริบวับแวมเพื่อดึงดูดสายตาเชียว เพราะผมทนไม่ค่อยได้ นอกจากจะ ระคายตา , โหลดช้า แล้วยัง ข่มเหงรสนิยมของผู้ใช้งาน อีกด้วย (หมายความว่า ผู้ใช้งานอาจจะไม่ได้ชอบลูกเล่นที่คุณยัดเยียดให้ดู)