webzer.net

I blog to God but the sky is buggy ...


อินเตอร์เน็ตยังไม่มีอารยธรรม

หลายคนคือคนแปลกหน้าที่เราคุ้นเคย มนุษย์มีตัวเลขที่จำกัดสำหรับบุคคลที่เราจะผูกพันอย่างมั่นคงจริงหรือไม่ (Dunbar's number) อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ Internet social networks คือโอกาสดีสำหรับนักสังคมศาสตร์ที่จะได้ศึกษาการก่อตัวขั้นพื้นฐานของสังคมรูปแบบใหม่ (Facebook and Familiar Strangers) อาจคล้ายกับตอนที่มนุษย์เปลี่ยนจากยุคหินเข้าสุ่ยุคเกษตรต่อด้วยอุตสาหกรรม เราค่อยๆสร้างอารยธรรม โดยมีเครือข่ายสังคมช่วยให้เกิดการรวมกลุ่ม (Social networks ในความหมายกว้างๆก็เกิดขึ้นพร้อมๆกับสังคมนั่นเอง)

อินเตอร์เน็ตเพิ่งเริ่มถางป่าเพื่อเตรียมสร้างเมือง คนป่าเถื่อนจึงยังพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งผู้ปกป้องและผู้รุกราน ทั้งรัฐและพลเมือง เพราะยังไม่มีกฏของเมืองใหม่ที่เรายอมรับร่วมกัน เราจึงใช้ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวเป็นกฏ (นึกถึงหนังคาวบอยที่ยิงกันเป็นว่าเล่น กับทฤษฏี Social contract ต่อด้วย Civil society) เราไปที่ไหนประจำที่นั่นก็จะเป็นเมืองและบ้านของเรา เราคุ้นเคยกับใครพวกเขาก็คือเพื่อนบ้านของเรา ความคุ้นเคยแบบนี้ใช้ได้กับทั้งเมืองทางกายภาพและเว็บไซต์ที่เป็นเสมือนเมืองของเรา แน่นอนว่าความรู้สึกถึงตัวตนของผู้อื่น (Entity) ยอมแตกต่างจากเดิม แต่มนุษย์ก็เริ่มปรับตัวให้คุ้นเคยกับคนที่ไม่เคยพบกันทางกายภาพให้กลายมาเป็นเพื่อนได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ยังทับซ้อนกันอยู่คือสังคมรูปแบบเดิมยอมรับแนวคิดรัฐชาติมาใช้จัดระเบียบตัวมันเอง แต่ยังไม่มีใครแน่ใจว่าสังคมรูปแบบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจะรับหรือสร้างแนวคิดแบบไหนมาจัดระเบียบผู้คนในสังคมใหม่ (รัฐไม่ใช่ตัวสังคม รัฐเป็นเพียงเครื่องมือหรือรูปแบบการจัดการสังคม)

พูดสั้นๆคือ Internet ในฐานะรูปแบบสังคมใหม่ ยังไม่มีอารยธรรมที่มั่นคงจนกว่าผู้คนจะยอมรับว่ามันมีกฏระเบียบบางอย่างร่วมกัน และส่งเสริมให้เกิดการสั่งสมภูมิปัญญาสู่มนุษย์รุ่นถัดไป อะไรที่ทำให้เกิดสิ่งที่ผู้คนยอมรับร่วมกัน อำนาจก็มาจากที่นั่น รัฐชาติและอภิมหาเว็บไซต์กำลังพยายามผูกขาดสิ่งนั้น และผู้คนตัวเล็กๆมากมายก็กำลังต่อสู้เพื่อนิยามความหมายของอินเตอร์เน็ตเช่นกัน แม้อินเตอร์เน็ตไม่ได้เกิดขึ้นจากแนวคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพมันเพิ่งจะโยงกันตอนหลังก็ตาม เมื่อผู้คนใช้มันเพื่อเข้าถึงสิ่งที่ตัวเองไม่เคยมีโอกาสได้รู้ในสังคมรูปแบบเดิม (พูดแบบเพ้อฝันสุดโต่ง) ถ้าพลเมืองลงความเห็น(โหวต)รับรองหรือคัดค้านกฏหมายได้โดยตรง ทำไมเราจึงต้องมีตัวแทนล่ะ? หลายคนเลยเข้าใจว่าประชาธิปไตยเป็นแค่การเลือกตั้ง (โอเค ผมเข้าใจว่าปัญหาทางเทคนิคคืออะไร แต่ใครจะรู้ว่าสักวัน Virtual parliaments ที่พลเมืองทุกคนเป็นสมาชิกสภาอาจมีจริง แต่อย่าบอกว่าประชาธิปไตยโดยตรงมีมาตั้งแต่สมัยกรีกก็แล้วกัน อันนั้นมันไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นอภิชนาธิปไตยที่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่มีสิทธิเป็นพลเมืองและแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้)

อินเตอร์เน็ตอาจเข้ากันไม่ได้กับแนวคิดรัฐชาติ แต่มันคงไปได้ดีกับประชาธิปไตยแบบไม่ต้องมีตัวแทน