I blog to God but the sky is buggy. *

Drupal Colourise Theme (EP.4)

ก่อนที่ผมจะลืมไปซะก่อน ก็เอาธีม Colourise ที่แก้ไข CSS แล้ว มาไว้ให้ทดลองใช้กันครับ ผมใส่คอมเมนต์ภาษาไทยไว้ในไฟล์ page.tpl.php ให้ด้วย เผื่อใครอยากจะดูตัวอย่างโค้ดไว้ทำธีมด้วยตัวเอง นอกจากนี้ก็มีอีกหลายจุดที่เพิ่มเข้ามาจาก EP.3 แต่ผมขี้เกียจเขียนอธิบายไว้ใน blog นี้ ก็ลองเปรียบเทียบดูในโค้ดเอาเองนะครับ ส่วนเรื่องการใช้งาน เท่าที่เช็คใน IE ก็ปกติสุขดี เพราะโยนภาระไปให้ Javascript จัดการแทน (ใส่ลงไปดื้อๆในไฟล์ page.tpl.php นั่นแหละ) แต่ก็มีบางจุดที่ยังต้องแก้ไขอยู่ เช่น สีของพื้นหลังและตัวหนังสือ , เลย์เอาต์ในส่วน admin และ system ส่วนไฟล์ที่แพ็คไว้มันใหญ่ขึ้นเท่าตัว เพราะรวม Javascript กับ Screenshot แบบเต็มหน้าเข้าไปด้วย

เกลียดไม่ได้ แต่รักไม่ลง!

กำลังแก้ธีมของ webzer ครับ ถ้าลองเล่น theme switcher จากแทบด้านข้างดู ก็จะมี ordinary one too-dev ให้เลือก และยังคงยึดมั่นกับความท้าทายแบบเดิมๆ ของตัวเอง คือ ทำธีมที่ใช้ไฟล์กราฟิคให้น้อยที่สุด เพื่อรีดศักยภาพของบราวเซอร์ออกมาพิสูจน์ รวมทั้งหาขีดจำกัดในการเรียนรู้ของตัวเองด้วย แม้จะยังแก้ไม่เสร็จ แต่สถานการณ์ก็เป็นไปอย่างราบรื่นในบราวเซอร์แทบทุกตัว ยกเว้นใน Internet Explorer (เจ้าเก่า) เพราะเลย์เอาต์ใหม่ที่กำลังทำ ใช้งาน Float ใน CSS เพื่อจัดตำแหน่งของแต่ละ section ในหน้าเว็บเป็นหลัก แม้จะคาดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเละ แต่มันเละเทะมากมายมหาศาลเกินกว่าที่คาดไว้ซะอีก (ใน IE ทุกเวอร์ชั่น)

แม้เว็บไซต์แห่งนี้จะยังมี traffic ไม่มากนัก และก็โชคดีที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่กว่า 60% เข้ามาที่นี่ด้วย FireFox อาจเป็นเพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ เกี่ยวกับเรื่องการทำเว็บ และคนทำเว็บก็คงรู้ว่าบราวเซอร์ตัวไหนที่ใช้งานได้ดีกว่า Internet Explorer (IE) แต่ยังไงก็ตัดใจทิ้งมันไม่ได้ เพราะ 20% ของผู้เยี่ยมชมยังคงใช้ IE และ 1 ใน 3 ของผู้ใช้ IE ก็เป็นเวอร์ชั่น 6 ซะด้วยสิ (แต่ IE7 ก็มี bug เกี่ยวกับ float มิใช่เล่น) ถ้าให้แก้ CSS ก็ต้องไล่ดู Markup ใหม่ทั้งหมด เป็นงานที่สูญเสียเวลาโดยใช่เหตุ แต่ก็ต้องทำ จำใจ...

Hi There, Are You Open Source Cowboy?

สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกๆ ผมเคยอ่านหนังสือของ นักอนาคตวิทยาด้านสังคม อย่าง Future Shock , The Third Wave ของ Alvin กับ Heidi Toffler ซึ่งเขียนถึงเรื่องคนยุคศตวรรษที่ 21 ไว้ก่อนที่ผมจะเกิดซะอีก ส่วนอีก 2 เล่มที่ลืมไม่ลง เพราะถูกบังคับให้อ่านในวิชาการเมืองระหว่างประเทศ คือ The Third Wave: Democratization in the Late Twentieth Century กับ The Clash of Civilizations and the Remaking of World Order ของนักรัฐศาสตร์ชื่อดังอย่าง Samuel Huntington ทำให้คำศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น อย่าง Democratization, Decentralization , Globalization และอีกหลาย -ization ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด (ขออภัยถ้าผมอ้างอิงจาก wikipedia มากเกินไป ไม่ใช่เพราะมันน่าเชื่อถือ แต่เป็นเพราะมันไม่ใช่โฆษณา)

หนังสือทุกเล่มที่อ้างไว้มีฉบับแปลภาษาไทยครับ และไม่ได้ยกขึ้นมาเพื่ออวดชาวบ้านว่า ผมอ่านหนังสือเกินปีละ 7 บรรทัด แต่หนังสือพวกนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) หรือ การหลุดออกจากกรอบของวิธีคิดและวิถีปฏิบัติแบบเดิมๆ แต่ตอนเรียน ผมอ่านหนังสือพวกนี้ยังไงก็ "ไม่อิน" เพราะรู้สึกว่ามันไกลตัวเหลือเกิน แต่ผ่านมาแค่ประมาณ 10 ปี หลายสิ่งหลายอย่างที่เค้าเขียนเอาไว้ มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆด้วยแฮะ โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ

รัฐไทยสีอะไร?

รัฐชาติ - Nation State

ในยุคที่มันกำเนิดขึ้นมา ก็คงถือว่าสมเหตุสมผล มันเกิดมาเพื่อขีดเส้นพรมแดน และจัดระเบียบใหม่ให้สังคม มันจึงสร้างสถาบัน มันจึงสร้างกฎหมาย มันจึงสร้างธรรมเนียมปฏิบัติ มันจึงสร้างประชากรให้เป็นพลเมือง และเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ จาก "เชื้อสาย" เป็น "เชื้อชาติ" และทำให้ผู้คนที่อยู่ใน "เส้นที่มันขีดไว้" เชื่อแบบนั้น ผ่านทางประวัติศาสตร์ ผ่านทางแบบเรียน ผ่านทางค่านิยม และผ่านผู้คนในสังคมเอง รุ่นแล้วรุ่นเล่า...

จนเมื่อทุนนิยมเบ่งบาน เส้นพรมแดนที่รัฐขีดไว้ จึงมีความหมายแค่แหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจ (มากกว่าจะเป็นแผ่นดินของบรรพบุรุษ) เมื่อทรัพยากรภายในร่อยหรอ แต่การก่อสงครามขยายดินแดนก็ล้าสมัยเกินไป การขยายพรมแดนเพื่อแสวงหาทรัพยากรจึงเป็นในนาม "เขตการค้าเสรี" หรืออะไรที่คล้ายๆแบบนั้น โดยองค์กรที่ไม่สังกัดรัฐชาติใด ดูตัวอย่าง UEFA Champion League เป็นไร มันเป็นโมเดลธุรกิจข้ามชาติที่เก๋กว่าใคร พรมแดนของทรัพยากรไม่ได้อยู่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มีสิทธิที่จะซื้อหาแลกเปลี่ยนได้จากทั่วโลก (สัญชาติของ "นักเตะ" ไม่มีความหมาย) และ UEFA ก็ขาย Event นี้กลับไป เพื่อทำกำไรทั่วโลก และ มันขายได้ทุกปี แล้วก็แบ่งผลประโยชน์กับโรงงานผลิตสกอร์ทั้งหลาย (สโมสรฟุตบอล)

แอบดูการรื้อดีไซน์ของ drupal.org

Watching Drupal.org Redesign


Drupal Redesign Iterartion #7 | Homepage

คงพูดได้เต็มปากว่า ในบรรดา Open Source CMS ชั้นนำของโลก เว็บไซต์ของชาว Drupal หน้าตาเชยสุดๆ แม้ drupal จะเป็น CMS ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและวางใจได้มากๆ (ปีนี้ 2008 ได้ 2 รางวัลควบเลยทีเดียว) แต่หลายคนก็กลัวที่จะใช้ drupal เพราะหน้าตามันข่มขู่ผู้ใช้งานไม่น้อย จำได้ว่าตอนที่ผมหัดใช้และติดตั้ง drupal ครั้งแรกๆ ก็ เอ๋อรับประทานไปเลย! ไปไหนไม่ถูกจริงๆ เพราะ User Interface ที่ยากต่อการสร้างความคุ้นเคย ถึงขนาดไม่กล้าคลิ๊กสุ่มสี่สุ่มห้าเลยทีเดียว ถ้าให้เทียบกับ ui ของ Wordpress ก็คงบอกได้ว่าเป็น Godzilla กับ Kitty! (คงไม่ต้องบอกมั้ง ว่าอะไรเป็น Godzilla หรือ Kitty ?)

Drupal Colourise Theme (EP.3)

สำหรับ Episode 3 ของการแปลง Colourise (free css template) เป็นธีมของ drupal6.x นี้ ก็คงเป็นตอนสุดท้ายที่ผมจะเขียน แต่ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาธีม แต่หลังจากผ่านขั้นตอนพื้นฐานของการทำธีม drupal ก็จะเป็นเรื่องการตกแต่ง ซึ่งเน้นไปที่ css มากกว่า drupal และผมตั้งใจว่าจะแยกเรื่อง css ออกมาเขียนต่างหาก เพราะมันสามารถเอาไปพัฒนาธีม/เทมเพลตสำหรับ cms ตัวอื่นๆได้เช่นกัน

ขั้นตอนที่เหลือสำหรับ Drupal Colourise Theme ก็คือ กำหนดตำแหน่ง block เพิ่มเติม , เปลี่ยน path ของไฟล์ให้เป็นระเบียบ แล้วก็เพิ่มและเคลียร์สิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจาก css

Theme

Twitter Update

Restless Engine

Powered by Drupal, an open source content management system

Back to content. RSS