I blog to God but the sky is buggy. *

โพสต์สุดท้ายของปี (ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไร)

พูดแบบหยาบๆ เส้นทางของเวลา ในวัฒนธรรมตะวันตกจะมองเวลาและชีวิตเป็นเส้นตรง แต่ตะวันออกจะมองเป็นวงกลม แม้จะประกอบด้วย เกิด - แก่ - เจ็บ - ตาย เหมือนกัน แต่ฝรั่งส่วนใหญ่คงเชื่อว่า ตายแล้วก็จบกัน เป็นชีวิตนิรันดร์ที่ไหนซักแห่ง ไม่ต้องเวียนว่ายกับมาใช้กรรมเป็นสิบเป็นร้อยชาติ แบบที่คนตะวันออกเชื่อ (ผมจำมาจากสมัยเรียนวิชาปรัชญาศาสนาน่ะ)

ผมเลิกใส่นาฬิกาหลังจากจบ ม.3 เพราะเบื่อความซ้ำซากของตัวเลข แต่ละวันมันก็วนกลับมาที่เดิม พอเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมชอบมองนาฬิกาที่มีเข็ม เพราะอยากให้วันทำงานหมดไปไวๆ ส่วนตอนนี้ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว นาฬิกาจึงไม่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากมายนัก เพราะไม่ชอบนัดเจอใครโดยไม่จำเป็น

คอมพิวเตอร์ดูดพลังมนุษย์?

ช่วงนี้รู้สึกตัวเองสมองตันเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะมีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำ แต่ดันเรียงลำดับไม่ค่อยถูก โดดไปจับเรื่องโน้นเรื่องนี้จนมั่วไปหมด บางทีอาจถึงเวลา พักเครื่อง ?

2-3 ปีมานี้ ผมอ่านตัวอักษรจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มากกว่าจะอ่านจากหนังสือ เพราะส่วนใหญ่ต้องขลุกอยู่กับอินเตอร์เน็ต ถ้าข้อมูลในหน้าจอมันยาวมากจริงๆ จึงจะพรินต์ออกมาอ่าน นอกนั้นก็ทำลายสายตาตัวเองโดยการจ้องมอนิเตอร์ทั้งวันทิ้งคืน

ชีวิตหลังความโกรธ

หลังจากหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์พลุ่งพล่านของตัวซะหลายวัน อารมณ์โกรธก็สงบลง ไม่ใช่เพราะพันธมิตรฯยุติการชุมนุม แต่เป็นเพราะผมได้ลองเข้าไปอ่านความคิดเห็นที่ด่าทอกันไปมาตามเว็บบอร์ดต่างๆ ที่พูดกันถึงการเมืองไทย

มันทำให้ผมเห็นว่า ในยุคที่พื้นที่การแสดงความคิดเห็นเปิดกว้างนั้น คนไทยไม่ได้โง่ คนทุกคนมีเหตุผล แต่ตรรกะที่ใช้สร้างเหตุผลของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน การทุ่มเถียงว่าใครแพ้ใครชนะ หรือ ใครผิดใครถูกนั้น จึงไม่มีทางจบลงได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในเวลาที่แต่ละฝ่ายต่างใช้อารมณ์เข้าห้ำหั่นและดูแคลนกัน

farewell to my dear country.

Apparently Thailand is dead now!
They kissed then tore her apart.
I don't know why, they're calling for Democracy
while they've been Demo who Crazy ... ego loaded.

ปะชาถีบปะตาย! = Demo + Crazy ?

มีเพื่อนคนนึงเคยคิดพล็อตหนังสั้นมาบอกผมว่า

"จะเป็นยังไง ถ้าผู้คนพากันสะกดคำว่า ปะชาถีบปะตาย แทนที่จะเป็น ประชาธิปไตย ?"

ผมเลยเอาคิดต่อ เป็นนิทานเรื่อง ปะชาถีบปะตาย

กาลครั้งหนึ่ง ณ โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะจบคาบเรียนวิชาสังคม คุณครูก็ให้การบ้านเด็กๆ ไปหาความหมายของคำว่า ประชาธิปไตย คุณครูบอกใบ้ให้ไปถามผู้ใหญ่ หรือ เปิดพจนานุกรม มาอ้างอิงก็ได้ แล้วมาช่วยกันเฉลยวันพรุ่งนี้ จากนั้นคุณครูก็ออกไป แต่...

Code is Discipline

หลังจากหมกมุ่นและงุ่นง่านอยู่กับ Drupal CVS เกือบทั้งอาทิตย์ ทำให้ผมรู้ว่า "สไตล์ลูกทุ่ง" ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดนั้น ไม่เหมาะกับงานพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นอย่างยิ่ง!

เรื่องนี้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองนะครับ ไม่ได้พาดพิงถึงคนอื่น เพราะอยากจะโน้ตไว้ซะหน่อยว่า ตัวเองควรปรับปรุงอะไรบ้าง เพื่อจัดการชีวิตและโค้ดให้เป็นระเบียบและมีหลักการมากขึ้น จะได้ไม่ต้องหัวหมุนตลอดปีตลอดชาติ ก่อนที่จะ สมัคร CVS account ของ drupal.org ผมก็ใช้เวลาอยู่หลายวัน เพื่อศึกษา การเขียนโค้ดให้ได้มาตรฐานของ Drupal ถ้า สำหรับ WordPress "โค้ดเป็นดั่งบทกวี" (Code is Poetry) สำหรับ Drupal "โค้ดคือระเบียบวินัย!" (Code is Discipline) เลยทีเดียวครับ (แม้แต่สไตล์การคอมเมนต์ในซอร์สโค้ด ยังต้องมีรูปแบบที่แน่นอน)

พอสมัคร CVS account รอบสองผ่าน ผมก็ใช้เวลาอีกหลายวัน กว่าจะเข้าใจว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่ก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ลูกทุ่งอย่างผมที่มีความอดทนไม่มากนัก และไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเกิดมาเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ (หรืออะไรคล้ายๆแบบนั้น) ผมจึงอ่านเอกสารเกี่ยวกับการใช้งานแค่คร่าวๆ ที่เหลือก็มั่วเอา! ตอนแรกเห็นคำสั่ง command line สำหรับ CVS แล้วหนาว เลยหาโปรแกรมพวก GUI มาใช้แทน (CVL) แล้วส่ง Colourise Theme เวอร์ชั่นแรก เข้าโปรเจ็คจนได้

Theme

Twitter Update

Restless Engine

Powered by Drupal, an open source content management system

Back to content. RSS